♪ ระดับเสียง กับ ตัวโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น ♪


การอ่านระดับเสียงจากตัวโน้ต เราจะดูตำแหน่งของตัวโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น โดยหากระดับเสียงยิ่งสูง โน้ตจะยิ่งอยู่สูง หากระดับเสียงยิ่งต่ำ โน้ตจะยิ่งอยู่ต่ำ การสังเกตว่าโน้ตอยู่สูงหรือต่ำ เราจะดูจากหัวของตัวโน้ตเป็นหลัก ส่วนหางของตัวโน้ตบางทีเราจะปัดขึ้นหรือปัดลงแล้วแต่ความเป็นระเบียบและความง่ายในการอ่าน ซึ่งไม่มีผลต่อระดับเสียง และในบทนี้ผมอาจจะใช้ตัวโน้ตหลายๆ แบบ เช่น โน้ตตัวดำ โน้ตตัวขาว หรือโน้ตตัวกลม แต่ให้เราสนใจเฉพาะหัวโน้ตเพื่อศึกษาเรื่องระดับเสียงเท่านั้น ยังไม่ต้องสนใจความยาวของตัวโน้ตนะครับเพราะในบทนี้เราจะพูดกันถึงระดับเสียงเท่านั้น (สำหรับเรื่องจังหวะและค่าความยาวของตัวโน้ตอ่านได้จากบทเรียนเรื่อง จังหวะ กับ ตัวโน้ต ครับ)

บรรทัดห้าเส้น (อังกฤษ-อังกฤษ Stave, อังกฤษ-อเมริกิน Staff)

บรรทัดห้าเส้น
บรรทัดห้าเส้น (Stave, Staff))

ก่อนอื่นเรามาทำความรู้จักกับบรรทัดห้าเส้นกันก่อน โดยบรรทัดห้าเส้นก็แปลตามตัวเลยครับ ก็คือ เส้นห้าเส้น เรียงขนานกัน ระยะห่างแต่ละเส้นเท่ากัน โดยเราจะเรียกเส้นล่างสุดคือเส้นเบอร์ 1 สูงขึ้นไปคือ เส้นเบอร์ 2 3 4 และ 5 ตามลำดับ โดยเส้นภาษาอังกฤษจะเรียกว่า Line ช่องว่างระหว่างเส้นเราจะเรียกว่า ช่อง (space) ช่องระหว่างเส้นเบอร์ 1 และเส้นเบอร์ 2 เราจะเรียกว่าช่องเบอร์ 1 ไล่ขึ้นไปเป็นช่องเบอร์ 2 3 และ 4 ตามลำดับ

การเขียนโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น สามารถเขียนได้ 2 แบบคือ

  1. เขียนทับเส้น ดังตัวอย่างข้างล่างนี้นะครับ
  2. โน้ตเส้น (Line note)
    โน้ตเส้น (Line note)



    โน้ตที่เขียนทับเส้นเราเรียกว่า โน้ตเส้น (Line Note)

  3. เขียนบนช่อง (ระหว่างเส้น) ดังตัวอย่างข้างล่างนี้นะครับ
  4. โน้ตช่อง (Space note)
    โน้ตช่อง (Space note)



    โน้ตที่เขียนอยู่ระหว่างเส้น เราเรียกว่า โน้ตช่อง (Space Note)

ในกรณีที่เราต้องการโน้ตที่สูงหรือต่ำเกินบรรทัดห้าเส้นออกไป เราสามารถขีดเส้นเพิ่มได้ โดยเราจะเรียกว่า เส้นน้อย (Leger Line) แต่การเขียนโน้ตที่เลยออกไปก็ยังต้องอยู่บนพื้นฐานของ โน้ตเส้น และโน้ตช่อง ครับ นี่คือตัวอย่าง

โน้ตเหนือบรรทัดห้าเส้น
โน้ตเหนือบรรทัดห้าเส้น
โน้ตใต้บรรทัดห้าเส้น
โน้ตใต้บรรทัดห้าเส้น

กฎการอ่านโน้ต

อย่างที่เคยบอกไว้แล้วว่า โน้ต 1 ตัว แทนเสียง 1 เสียง ความยาวของเสียงดูได้จากลักษณะของตัวโน้ตว่าเป็นโน้ตแบบไหน เช่น โน้ตตัวดำ โน้ตตัวขาว โน้ตตัวกลม เป็นต้น (หากลืม ทบทวนได้จากบท จังหวะ และ ตัวโน้ต ครับ) ส่วนการดูระดับเสียงของตัวโน้ต ดูได้จากตำแหน่งของตัวโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น โดยในการอ่านโน้ตมีกฎอยู่ 4 ข้อดังนี้ครับ

กฎข้อที่ 1 อ่านโน้ตจากซ้ายไปขวา

เหมือนการอ่านหนังสือ การอ่านโน้ตเราจะอ่านจากซ้ายไปขวา เมื่อจบแถวก็ขึ้นบรรทัดใหม่และอ่านจากซ้ายไปขวาเช่นเดิมไปเรื่อยๆ จนจบเพลง

กฎข้อที่ 2 ยิ่งสูงยิ่งไปทางขวา ยิ่งต่ำยิ่งไปทางซ้าย

ยิ่งสูงยิ่งไปทางขวา แปลว่า โน้ตยิ่งอยู่สูงบนบรรทัดห้าเส้น เสียงจะยิ่งสูงและคีย์ที่เราจะกดบนเปียโนยิ่งอยู่ทางขวา

ยิ่งต่ำยิ่งไปทางซ้าย แปลว่า โน้ตยิ่งอยู่ต่ำบนบรรทัดห้าเส้น เสียงจะยิ่งต่ำและคีย์ที่เราจะกดบนเปียโนยิ่งอยู่ทางซ้าย

ยกตัวอย่างเช่น

ยิ่งสูงยิ่งไปทางขวา
ยิ่งสูงยิ่งไปทางขวา
ยิ่งต่ำยิ่งไปทางซ้าย
ยิ่งต่ำยิ่งไปทางซ้าย

กฎข้อที่ 3 โน้ตขยับครึ่งช่อง เท่ากับขยับ 1 คีย์เปียโน

การขยับขึ้นหรือลงของตัวโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น จะขยับทีละครึ่งช่องต่อหนึ่งคีย์ ยกตัวอย่างเช่นหากเรามีโน้ตช่องเบอร์ 2 และโน้ตตัวต่อไปขยับขึ้นไปเป็นโน้ตเส้นเบอร์ 3 โน้ตตัวที่สองเมื่อเทียบกับตัวแรกจะเป็นการขยับคีย์เปียโนไปทางขวาหนึ่งคีย์ และในทางกลับกันหากโน้ตขยับลงครึ่งช่อง จะเป็นการขยับไปทางซ้าย 1 คีย์

ขยับขึ้นทีละ 1 คีย์
ขยับขึ้นทีละ 1 คีย์
ขยับลงทีละ 1 คีย์
ขยับลงทีละ 1 คีย์

NOTE : หากโน้ตขยับจากช่องไปช่อง หรือขยับจากเส้นไปเส้น จะเป็นการกระโดดข้ามคีย์ไป 1 คีย์

กฎข้อที่ 4 กุญแจต่างกัน อ่านโน้ตต่างกัน

เราได้เรียนรู้จากกฎข้อที่ 3 แล้วว่าการขยับโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น เราจะขยับทีละครึ่งช่องต่อหนึ่งคีย์ เพราะฉะนั้น หากคิดเล่นๆ ให้เราลองนับจากโน้ตเส้นเบอร์ 1 หรือเส้นล่างสุด ขยับขึ้นไปเรื่อยๆ จนถึงโน้ตเส้นเบอร์ 5 หรือก็คือเส้นบนสุดบนบรรทัดห้าเส้น จะมีโน้ตได้ทั้งหมดกี่ตัว? คำตอบคือ 9 ตัว นั่นหมายความว่า เราแทนคีย์บนเปียโนได้ 9 คีย์ จากโน้ตบนบรรทัดห้าเส้น (ไม่รวมเส้นน้อย)

รูปโน้ตเก้าตัวกับคีย์เก้าคีย์
โน้ตเก้าตัวกับคีย์เก้าคีย์

แต่เปียโนมีถึง 52 คีย์ (นับเฉพาะสีขาว) ประกอบกับเวลาเราเล่นเปียโน เราเล่นด้วยมือสองมือและทั้งสองมือเล่นอยู่บริเวณที่แตกต่างกัน หากเทียบกับ Middle C-โด มือขวามักจะเล่นอยู่สูงกว่า Middle C-โด ส่วนมือซ้ายมักจะเล่นอยู่ต่ำกว่า Middle C-โด ดังรูปข้างล่างนี้ครับ

การอ่านโน้ต 2 แบบที่แตกต่างกัน
ใช้การอ่านโน้ต 2 แบบที่แตกต่างกันเพื่อให้ครอบคลุมคีย์เปียโนมากยิ่งขึ้น สำหรับมือซ้ายและมือขวา

ดังนั้นเราจะใช้การอ่านโน้ตที่แตกต่างกันสองแบบ เพื่อให้ครอบคลุมคีย์ที่เราจะเล่นมากยิ่งขึ้น โดยแบบนึงจะครอบคลุมโน้ตเสียงสูงที่เล่นด้วยมือขวา และอีกแบบนึงสำหรับโน้ตที่เสียงต่ำกว่าและเล่นด้วยมือซ้าย

โดยการอ่านโน้ตแบบแรกสำหรับมือขวานั้น เมื่อเทียบ Middle C-โดบนเปียโนกับตัวโน้ตที่จะเขียนบนบรรทัดห้าเส้น จะได้โน้ตที่อยู่ด้านล่าง เพื่อให้โน้ตที่สูงขึ้นๆ ไป เขียนกระจายอยู่บนบรรทัดห้าเส้น และสำหรับการอ่านโน้ตอีกแบบที่ใช้โดยมือซ้าย ตัว Middle C-โด จะเขียนได้เป็นโน้ตที่อยู่ด้านบนของบรรทัดห้าเส้น ด้วยเหตุผลที่ว่า ให้โน้ตที่ต่ำลงไปเขียนอยู่บนบรรทัดห้าเส้น

ในการระบุว่าเรากำลังอ่านโน้ตแบบแรกหรือแบบที่สองนั้น เราจะใช้สัญลักษณ์ที่เรียกว่า กุญแจ เขียนไว้หน้าสุดของบรรทัดห้าเส้น โดยเราจะใช้ กุญแจซอลสำหรับโน้ตเสียงที่สูงกว่าและมักเล่นด้วยมือขวา กับกุญแจฟาสำหรับเสียงที่ต่ำกว่าและเล่นด้วยมือซ้าย ซึ่งเราจะไปดูในรายละเอียดของการอ่านโน้ตทั้งสองแบบกันต่อเลยครับ

การอ่านโน้ตกุญแจซอล (Treble Clef)

การอ่านโน้ตกุญแจซอล
การอ่านโน้ตกุญแจซอล

ในการอ่านโน้ต เราต้องจำตำแหน่งของคีย์เปียโนกับตัวโน้ตบนบรรทัดห้าเส้นให้ได้อย่างน้อยหนึ่งตัวก่อน เพราะไม่เช่นนั้นเราจะไม่รู้เลยว่าคีย์เปียโนแต่ละคีย์ตรงกับโน้ตตัวใด เมื่อเราจำได้อย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวที่เหลือที่เรายังจำไม่ได้ เราก็ยังสามารถใช้วิธีนับขึ้นหรือนับลงตามกฎข้อที่ 3 ของการอ่านโน้ตได้ แต่ในทางปฎิบัติการที่เราจำโน้ตแต่ละตัวกับคีย์แต่ละคีย์บนเปียโนให้ได้ทั้งหมดโดยไม่ต้องไล่จะเป็นการดีมาก เพราะจะทำให้เราอ่านโน้ตได้เร็วมาก ซึ่งเราต้องค่อยๆ ฝึกกันต่อไป สำหรับตอนนี้เรามาจำจุดอ้างอิงให้ได้ที่นึงก่อนครับ ซึ่ง วิธีจำที่ง่ายที่สุดมีสองแบบคือ

  1. จำตำแหน่งของ Middle C-โด
  2. ดังรูปด้านบนนี้เลยนะครับ สังเกตนะครับว่า ตัวโน้ตของ Middle C-โด สำหรับกุญแจซอลจะอยู่ใต้บรรทัดห้าเส้น
  3. จำตำแหน่งของตัว G-ซอล เทียบกับกุญแจซอล
  4. วิธีนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะกุญแจซอลมีลักษณะคล้ายตัว G ทำให้เราจดจำได้ง่าย
    กุญแจซอลกับตัว G-ซอล
    การจำตำแหน่งของตัว G-ซอล สำหรับกุญแจซอล

เมื่อเราจำได้แล้วอย่างน้อยหนึ่งตัว ตัวที่เหลือเราก็ไล่ขึ้นหรือไล่ลงจากตัวที่เราจำได้ ได้เลยครับ

การอ่านโน้ตกุญแจฟา (Bass Clef)

การอ่านโน้ตกุญแจฟา
การอ่านโน้ตกุญแจฟา

เราต้องจำตำแหน่งของคีย์เปียโนกับตัวโน้ตบนบรรทัดห้าเส้นให้ได้อย่างน้อยหนึ่งตัวก่อน โดยวิธีจำที่ง่ายที่สุดมีสองแบบเช่นกัน คือ

  1. จำตำแหน่งของ Middle C-โด
  2. ดังรูปด้านบนนี้เลยนะครับ สังเกตนะครับว่า ตัวโน้ตของ Middle C-โด สำหรับกุญแจฟาจะอยู่เหนือบรรทัดห้าเส้น
  3. จำตำแหน่งของตัว F-ฟา เทียบกับกุญแจฟา
  4. วิธีนี้เป็นที่นิยมมาก เพราะกุญแจฟา(เค้าว่ากันว่า)มีลักษณะคล้ายตัว F ครับ เหอๆๆ
    กุญแจซอลกับตัว F-ฟา
    การจำตำแหน่งของตัว F-ฟา สำหรับกุญแจฟา

ตัวที่เหลือ ถ้ายังจำไม่ได้ ก็ใช้วิธีไล่ขึ้นหรือไล่ลงจากตัวที่เราจำได้ไปก่อนครับ

NOTE : อย่าลืมว่าโน้ตกุญแจซอลและกุญแจฟาจะอยู่คนละบริเวณกันบนเปียโน โดยโน้ตกุญแจซอลจะอยู่สูงกว่า Middle C-โด แต่กุญแจฟาจะอยู่ต่ำกว่า ในบางครั้งเราจะเผลอกดผิดที่ เช่น ตัว F บนเส้น 4 ของกุญแจฟาจะต้องอยู่ต่ำกว่า Middle C-โด ส่วนตัว F บนช่อง 1 ของกุญแจซอลจะอยู่สูงกว่า Middle C-โด ซึ่งบางครั้งเราไปกดตัวเดียวกัน ผมแนะนำให้เราอ้างอิงเทียบกับตัว Middle C-โด เสมอครับ กดไม่ผิดชัวร์!

« ระดับเสียง (Pitch)
การอ่านโน้ตเปียโน (Piano Notes) »
Home | บทเรียน | คอร์ดเปียโน | คำศัพท์ | ประวัติศาสตร์ | บทความ | การสอบ Trinity | Webboard | Sitemap